มืออาชีพ! โค้ชเตี้ย พอใจสภาพร่างกายลูกทีม หลังรวมพลซ้อมมื้อแรก

“โค้ชเตี้ย” สะสม พบประเสริฐ กุนซือใหญ่ สโมสร ชลบุรี เอฟซี พูด รู้สึกพอใจ ที่ลูกทีมรักษาสภาพร่างกายได้ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ พร้อมชมทุกคนที่มีความเป็นมืออาชีพ   ufa1688   โดย “โค้ชเตี้ย” กล่าวผ่านทีมข่าว chonburifootballclub.com ว่า “หลังจากที่ได้ดูรายงาน ของ ทีมฟิตเนส ของสโมสร ในการกลับมาฝึกซ้อมเต็มรูปแบบเป็นวันแรก เมื่อวานนี้ ภาพรวมของนักเตะทุกคน ถือว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ”

“แต่ละคนรักษาสภาพร่างกายได้ดี ไม่มีใครน้ำหนักเกิน หรือ ระดับไขมันเกิน ส่วนนี้ต้องต้องชื่นชมในความเป็นมืออาชีพของทุกคน ที่ร่วมแรงร่วมใจฝึกซ้อมตาม Program  ที่ทีมได้กำหนดให้ เป็นอย่างดี ยังไงก็ตาม ก็มีคนบางส่วนที่ต้อง ลดน้ำหนักกระชับสัดส่วน บางกลุ่มต้องเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ เพื่อให้มีสภาพร่างกายที่สมบูรณ์พร้อมสำหรับการแข่งขัน ให้มากขึ้น”

“ขณะที่ในส่วนการเพิ่มเติมสมรรถภาพด้านอื่นๆ เราก็จะค่อยๆเพิ่มความเข้มข้นขึ้น ตามแผนงานในการฝึกซ้อม ในอาทิตย์ต่อๆไป ก่อนที่ ฟุตบอลไทยลีก จะกลับมาทำการแข่งขันอีกครั้ง ในเดือน กันยายน” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ไม่เห็นด้วยถูกนำไปวัดกับ ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน ว่าใครคือศูนย์หน้าที่เก่งที่สุดของไทย

หลังจากมีเพจดังตั้งหัวข้อที่ว่า “เดอะตุ๊ก” ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน และ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง 2 ศูนย์หน้าระดับตำนานช้างศึก ใครคือศูนย์หน้าที่ดีที่สุดของเมืองไทย ซึ่งก็มีสาวกเข้าไปแสดงความคิดเห็นส่วนตัวแตกต่างกันไปมากมาย

ล่าสุด ศูนย์หน้าจอมตีลังกาให้ความเห็นกับ THSPORT ว่า ส่วนตัวคิดว่าไม่ควรเอามาเปรียบเทียบกัน เพราะทุกคนก็ทำหน้าที่เพื่อชาติ เราต่างช่วยทีมชาติไทยในแต่ละยุค เรื่องนี้ไม่ควรนำมาเป็นประเด็น

เหมือนตอนที่มีสื่อเอา เหงียน คง เฟือง มาเทียบกับ ชนาธิป สรงกระสินธ์ จนเป็นการยุให้กองเชียร์ทั้ง 2 ชาติเข้ามาทะเลาะกัน ลองนึกดูหากตัวเราเองถูกนำไปเปรียบเทียบกับคนอื่นบ้างจะรู้สึกยังไง สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดลงทะเบียนจัดเก็บข้อมูลศูนย์ฝึกฟุตบอลเด็กและเยาวชน (อคาเดมี) ทั่วประเทศไทย สร้างฐานข้อมูลเชื่อมกับระบบของฟีฟ่า เพื่อการวางรากฐานติดตามข้อมูลนักกีฬาและการพัฒนาฟุตบอลไทยอย่างยั่งยืน

พาทิศ ศุภะพงษ์ เลขาธิการสมาคมฯ เปิดพูดว่า “หลังจากที่สมาคมฯ ได้หารือกับ Partner ของอคาเดมีมาระยะหนึ่งถึงแนวทางในการพัฒนานักกีฬาฟุตบอลไทยตั้งแต่ระดับเยาวชน สมาคมฯ ได้กลับไปออกแบบโครงสร้างการลงทะเบียนอคาเดมี เพื่อประโยชน์ในการสื่อสารข้อมูลที่สำคัญ”

“การลงทะเบียนติดตามทั้งนักกีฬาตั้งแต่เริ่มเข้าสู่เส้นทางฟุตบอล กระทั่งเลิกเล่นและผันตนเองไปในอาชีพอื่นในวงการ รวมถึงผู้ฝึกสอนในอคาเดมี เพื่อให้สมาคมฯ ได้เตรียมหลักสูตรและจำนวนคอร์สที่เหมาะสมต่อความต้องการ”

เลขาธิการสมาคมฯ กล่าวเพิ่มเติมถึงระบบฐานข้อมูลติดตาม และเชื่อมต่อที่มีประโยชน์กับฟุตบอลไทย ว่า “รูปแบบการลงทะเบียน พร้อมจะเริ่มดำเนินการขั้นแรกแล้ว โดยแบ่งออกเป็น 2 ช่วง กล่าวคือช่วงที่ 1 จะทำการคัดกรองผ่านระบบกูเกิลฟอร์ม เพื่อให้อคาเดมีส่งเอกสารการมีตัวตนของสถาบันให้ครบเสียก่อน”

“ซึ่งหากว่าเสร็จสมบูรณ์แล้ว ในช่วงที่ 2 ทางสมาคมฯ จะสร้างบัญชีผู้ใช้เพื่อให้เข้าไปในระบบการบริหารจัดการอคาเดมีที่แท้จริงต่อไป คงจะทำให้นักกีฬาและบุคลากรของอคาเดมี ได้รับ FIFA Connect ID ที่ระบบของสมาคมทำการเชื่อมต่อเอาไว้แล้ว”

“ฐานข้อมูลของอคาเดมีจะถูกจัดเก็บเป็นระบบยิ่งขึ้น รวมถึงเป็นการจัดเก็บข้อมูลเบื้องต้นของผู้ฝึกสอนในอคาเดมี เพื่อต่อยอดไปถึงการพิจารณาเปิดหลักสูตรอบรมผู้ฝึกสอนฟุตบอลระดับต่างๆ ทั้งยังนับเป็นการสร้างเครือข่ายเชื่อมต่อระหว่างอคาเดมีกับสมาคมฯ”

“และอคาเดมีกับอคาเดมี ซึ่งในอนาคตกิจกรรมฟุตบอลที่เกิดขึ้นจะกระจายไปทั่วทุกภูมิภาคได้ง่ายยิ่งขึ้น อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญในการลงทะเบียนอคาเดมีคือการเชื่อมต่อกับระบบการคำนวนค่าตอบแทนการฝึกซ้อม (Clearing House) ที่ฟีฟ่าได้สร้างไว้หากว่านักกีฬาได้มีการโยกย้ายสโมสรอาชีพในอนาคต”

“และสโมสรหรือ อคาเดมีที่ทำการฝึกนักกีฬานับตั้งแต่อายุ 13 ปี เป็นต้นไป ก็จะได้ค่าตอบแทนจากมูลค่าการโอนย้ายแต่ละครั้งเช่นกัน ซึ่งรายละเอียดสมาคมฯ พร้อมที่จะชี้แจงให้กับอคาเดมีที่ได้รับการขึ้นทะเบียนรับทราบอีกด้วย”

“การจัดทำฐานข้อมูลนี้เป็นส่วนหนึ่งในแผนการจัดทำ Big Data ของบุคลากรฟุตบอลของประเทศไทยในอนาคต ซึ่งเราจะเปิดระบบไปเรื่อยๆ และสมาคมฯจะประกาศรายชื่ออคาเดมีที่กรอกข้อมูลเบื้องต้นครบถ้วน ทุกๆ 2 เดือน โดยประกาศรอบแรกในเดือนพฤศจิกายน 2563”

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *